ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นบุคลากรด้านครีเอทีฟจำนวนมากที่มองว่างานสร้างสรรค์ 3D เป็นงานที่น่าตื่นเต้น แต่ยังเข้าถึงยาก แน่นอนว่าเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับโลกแฟนตาซีที่สวยงามที่นักพัฒนาเกมสร้างขึ้น รวมถึงวิชวลเอฟเฟ็กต์ 3D ที่เพิ่มความสมจริงในภาพยนตร์ แต่ก็มีครีเอทีฟหลายคนที่คิดว่าการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบ 3D ต้องใช้ทักษะด้านเทคนิคระดับสูง  ซึ่งแท้จริงแล้วเทคโนโลยี 3D ขับเคลื่อนจินตนาการของเรา แต่เรากลับไม่สามารถใช้เทคโนโลยีนั้นได้ด้วยตนเอง สถานการณ์แพร่ระบาดก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเรื่องนี้อย่างมาก กล่าวคือ ทำให้ทีมโปรดักชั่นไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อทำงานถ่ายภาพหรือโปรเจ็กต์ด้านครีเอทีฟอื่นๆ ดังนั้นบริษัทต่างๆ จึงต้องหันไปพึ่งพาระบบ 3D สำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน  แบรนด์แฟชั่นใช้ระบบ 3D เพื่อเพิ่มความรวดเร็วให้กับงานดีไซน์ ขณะที่บริษัทค้าปลีก Lowe’s ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนแคตตาล็อกทั้งหมดเป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้เสมือนเลือกสินค้าหน้าร้าน นอกจากนี้ เทคโนโลยีการถ่ายภาพเสมือนจริงแบบ 3D ได้กลายเป็นรากฐานสำหรับแคมเปญด้านการตลาดของ Ben & Jerry บริษัทเหล่านี้ รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกหลายพันแห่งพบว่าการสร้างสรรค์ผลงานในระบบ 3D นอกจากจะช่วยเพิ่มอิสระในด้านความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน...