หากพูดถึง กฎหมายที่ทันสมัยทันกับวิถีชีวิต ที่ปัจจุบันหลายกิจกรรมต่างขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลแล้ว เชื่อว่า หลายคนคงนึกถึงกฎหมายไหนไม่ได้ นอกจาก “กฎหมาย DPS (Digital Platform Services)” หรือชื่อทางการคือ “พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบพ.ศ. 2565” ที่กำกับดูแลโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETDA ภายใต้เป้าหมายของการกำกับ ดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการคนไทย มีความโปร่งใสเป็นธรรม หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ...
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เผยยอดการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS ล่าสุด มีแพลตฟอร์มแจ้งแล้ว จำนวน 441 แพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการรายใหญ่ และต่างชาติเข้ามาแจ้งต่อเนื่อง ย้ำธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วไป ต้องดำเนินการแจ้งให้ทัน ภายใน 18 พฤศจิกายนนี้ นายชัยชนะ...
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ประกาศรายชื่อ “ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่ดำเนินการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจภายใต้กฎหมาย DPS (Digital Platform Service) เป็นที่เรียบร้อย ประชาชนสามารถเช็ครายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของ ETDA ที่ ลิงก์นี้ พร้อมย้ำบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าข่ายตามกฎหมายและยังไม่ดำเนินการแจ้งข้อมูลจะต้องรีบดำเนินการภายในวันที่ 18 พ.ย. 2566...
21 สิงหาคมที่ผ่านมา ไทยมีกฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเป็นการเอาจริงของภาครัฐเพื่อช่วยคุ้มครองผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงออนไลน์ ดังนั้น กฎหมายนี้จึงเป็นอะไรที่น่าจับตามองมาก เพราะว่าผู้ใช้บริการ ผู้บริโภคอย่างเราก็จะได้รับความเป็นธรรมในการใช้งานแพลตฟอร์ม หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะมีที่รับแจ้งปัญหาอย่างถูกต้อง สามารถติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ไม่มีการถูกเอาเปรียบจากแพลตฟอร์ม ส่วนทางแพลตฟอร์มเองก็จะได้รับความไว้วางใจจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะมีการดูแลชี้แจงอย่างโปร่งใส จะเห็นได้การมาของกฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยให้ระบบนิเวศด้านเศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น จุดหมายปลายทางอย่างที่ได้บอกไป ว่าเป็นการคุ้มครองมากกว่าการควบคุมเพราะทาง ETDA...




