ชื่อของเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีนนั้น.. ตอนนี้ทุกคนคงจะคุ้นเคยชื่ออู่ฮั่นจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดจากเมืองนี้.. ซึ่งในช่วงแรกของการระบาดนั้นคนทั่วไปเรียกว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ด้วยซ้ำ..   แต่หลังจากที่อู่ฮั่นปิดเมือง.. Lockdown ตัวเองไว้ถึง 76 วัน ก็ได้ฤกษ์กลับมาเปิดเมืองในวันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา.. ให้ชาวเมืองอู่ฮั่นเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแต่ด้วยการป้องกันอย่างเข้มงวด.....

ทางการจีนเล่นล้ำ เมื่อผนวกเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับเหตุการณ์ที่กำลังเป็นวิกฤตไปทั่วโลกอย่าง “ไวรัสโคโรน่า” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่กำลังแพร่กระจายไปจนทั่วทุกมณฑลของจีนในขณะนี้ โดยมียอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มขึ้นถึง 9,810 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดจนตอนนี้คือ 213 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในประเทศจีน   ล่าสุด.. เมื่อทางการจีนส่ง “โดรน” ออกลาดตระเวนในพื้นที่แห่งหนึ่งในเมืองและได้พบกับอาม่าคนหนึ่งที่ออกมาเล่นนอกบ้าน.. ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอาม่ากลับไม่ใส่หน้ากากอนามัยอีกด้วย!! เจ้าหน้าที่จึงทำการโฉบโดรนลงไปหาอาม่าท่านนั้นทันที แล้วพูดกับอาม่าผ่านไมโครโฟนที่ติดอยู่กับโดรนว่า...

หลังจากที่เมืองอู่ฮั่น (武汉) ตกอยู่สถานะเขตกักกันโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทางการจีนประกาศว่าเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเสียวหมี่ กรุ้ป (Xiaomi Group) จึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เสียวหมี่ได้ทำการส่งวัสดุป้องกันทางการแพทย์ชุดแรก ที่ประกอบไปด้วยหน้ากากอนามัย N95, หน้ากากป้องกันทางการแพทย์และเครื่องวัดอุณหภูมิ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 300,000 หยวน หรือประมาณ 1,300,000 บาท ส่งตรงสู่เมืองอู่ฮั่น  สิ่งของที่ส่งไปที่อู่ฮั่นนั้นถูกส่งออกมาจากสถานที่ต่างๆกันตั้งแต่คืนวันที่ 23...