หลังจากที่มีการยืนยันการใช้ AI สแกนภาพโป๊เด็กในอุปกรณ์ของ Apple ที่เป็น iOS 15 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับฟีเจอร์นี้ ล่าสุดทาง Apple ได้เผยแพร่ FAQ เพื่อตอบข้อกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัว

สำหรับคนส่วนใหญ่ อินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์อย่าง Chrome ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างสู่การท่องเว็บ ที่ซึ่งคุณจะได้อ่านข่าวสารล่าสุด ค้นหาของขวัญที่ใช่ หรือแม้แต่สะสางงานออกจากรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) ของคุณ และเมื่อใดที่คุณเปิดอ่านและดูเว็บทั้งหมด คุณย่อมต้องการประสบการณ์ที่ให้ความอุ่นใจอย่างแน่นอน

หลายคนชอบใช้ Google หาข้อมูลที่ต้องการ แต่ก็มีบางคนที่กังวลเรื่องของการติดตามการใช้งาน ทาง Google จึงเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ข้อมูลได้มากขึ้นเพื่อป้องกันคนอื่นเข้าถึงประวัติการค้นหา

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไม Apple ถึงไม่สามารถโหลดแอปมาติดตั้งด้วยตัวเองได้หรือโหลดแอปจาก Store อื่นๆเหมือนฝั่งแอนดรอยด์บ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้ค่ะ

ในงาน WWDC ทาง Apple ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของความเป็นส่วนตัว เน้นความโปร่งใสและควบคุมได้ ซึ่งงานนี้ก็มีการเพิ่มฟีเจอร์ปกป้องความเป็นส่วนตัวในแอปต่างๆ

Google ประกาศเตรียมเพิ่ม Privacy Labels คล้ายๆกับ Apple ใน Play Store เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าแอปนั้นๆมีการเก็บข้อมูลหรือมีการแชร์ข้อมูลที่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวอย่างไรบ้าง

การรักษาข้อมูลส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของ Google ซึ่งหนึ่งในภารกิจหลักคือการให้ความรู้กับผู้ใช้ว่า ทาง Google นั้นมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอะไรของเราบ้าง รวมถึงเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ทำอะไรผ่าน “Decode Series: Privacy”

ผู้ใช้ Facebook บางส่วนบน iPhone เริ่มเห็นการแจ้งเตือน เพื่อขออนุญาตติดตามการใช้งาน หลังจากที่ Apple อัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่เป็น iOS 14.5 ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

กระแสความเป็นส่วนตัวมาแรง ทาง Google เองก็ประกาศเลิกใช้ Cookie ในการติดตามข้อมูล แต่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่คือ Federated Learning of Cohorts (FLoC)

ข้อมูลส่วนตัวถือเป็นประเด็นสำคัญในตอนนี้ ที่ค่ายไอทียักษ์ใหญ่ให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ระบุตัวตนและพฤติกรรมเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ด้านการตลาด บางแอปก็ใช้ประโยชน์เอง บางแอปก็มีการแชร์ข้อมูลกับแอปอื่น แต่หลายคนกลับละเลยเรื่องเหล่านี้ไป