จากการเปิดตัวอุปกรณ์ Apple Watch รุ่นล่าสุด ทำให้เห็นได้ว่ามีการเพิ่มอุปกรณ์ทางแสงเพื่อมาตรวจวัดสุขภาพของเรา เช่น การวัดชีพจรและการวัดปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด วันนี้เราจะมาอธิบายกันว่าแสงสามารถตรวจจับสุขภาพของเราอย่างไรได้บ้าง หากเริ่มต้นตั้งแต่ในอดีตการวัดชีพจรนั้นจะหมายถึงการที่เราจะต้องใช้นิ้วจับบริเวณเส้นเลือดที่ข้อมือหรือหัวใจและทำการตรวจนับอาการสั่นของหลอดเลือดหัวใจภายใน 1 นาที อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์จึงมีความพยายามที่จะหาวิธีที่สามารถตรวจวัดการเต้นของชีพจรได้โดยใช้เทคนิคการอื่นที่สามารถวัดชีพจรของเราได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องมีนางพยาบาลมาจับที่ข้อมือเราหรือจับที่หัวใจเราตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักบินอวกาศ นักกีฬา และผู้ป่วยโรคหัวใจ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงได้ทดลองโดยการใช้แสงสีต่างๆส่องไปบริเวณใต้ผิวหนังของเราและสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของความเข้มแสงโดยใช้เซ็นเซอร์อีกตัวหนึ่งตรวจจับแสงที่ผ่านออกมาจากผิวหนัง โดยเทคนิคนี้มีทั้งแบบการตรวจจับด้วยการส่องแสงผ่านเนื้อเยื่อ และ การตรวจจับด้วยการส่องแสงสะท้อนกลับของเนื้อเยื่อ (รายละเอียดรูปภาพดังแนบ)...
มือถือเดียวนี้ 3 เลนส์ก็ถ่ายภาพได้เทพแล้ว ถ้าต่อไปมีเลนส์เพิ่มขึ้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะถ่ายภาพออกมาได้ดีกว่าเดิมขนาดไหน
ใครอยากได้กล้องคอมแพค นี่คือ L16 กล้องพกพามาพร้อม 16 เลนส์ ช่วยให้ถ่ายภาพได้หลากหลายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องซูมเลนส์ให้ยุ่งยาก ตอนนี้พร้อมผลิตขายจริงแล้ว
ใครที่ทำงานอุดอู้อยู่แต่ในออฟฟิศคงจะเบื่อ อยากจะออกไปข้างนอกมั่งแต่ก็ทำไม่ได้ งั้นลองบอกเจ้านายของคุณให้เปลี่ยนไฟเพดานมาเป็น “virtual sky” ตัวนี้ดู คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังทำงานอยู่ภายใต้ท้องฟ้ายังไงอย่างงั้นเลย
เพราะในอนาคตกำแพงจะส่องแสงได้เองโดยไม่ต้องใช้หลอดไฟฟ้าบนเพดานหรือเจาะช่องหน้าต่างเพิ่ม
ซีชอบความกล้าคิดกล้าทำของนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะความคิดที่สร้างสรรค์ แม้บางครั้งอาจจะดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไร แต่การพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ ซึ่ง ก็ทำให้มนุษย์อย่างเราได้ไอเดียแปลกๆ และทำให้ซีมีเรื่องเล่าให้เพื่อนๆ ฟังทุกวันไงคะ



